พระนามกรมของพระราชโอรสและพระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เรียงตามปีที่ได้รับการตั้งกรม ดังนี้
พ.ศ. 2431

1. เทพทวาราวดี : พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (สมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ กรมขุนเทพทวาราวดี) (ประสูติ 1 มกราคม พ.ศ. 2423- สวรรคต 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468)
- กรมขุน ได้รับการสถาปนาเป็น "เจ้าฟ้าต่างกรม " ที่ "กรมขุน " โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2431

พ.ศ. 2434

2. นครสวรรค์วรพินิต : สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต (29 มิถุนายน พ.ศ. 2424 - สิ้นพระชนม์ 18 มกราคม พ.ศ. 2487)
- กรมขุน ได้รับการสถาปนาเป็น "เจ้าฟ้าต่างกรม " ที่ "กรมขุนมไหสูริยสงขลา " โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2434[3] ต่อมา ได้เปลี่ยนพระนามกรมจาก "กรมขุนมไหสูริยสงขลา " เป็น "กรมขุนนครสวรรค์วรพินิต " เมื่อ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2444
- กรมหลวง ได้รับการสถาปนาเลื่อนกรมขึ้นเป็น "กรมหลวง " โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2454
- กระพระ ได้รับการสถาปนาเลื่อนกรมขึ้นเป็น "กรมพระ " โดยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2468

3. พิษณุโลกประชานาถ : สมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ (ประสูติ 3 มีนาคม พ.ศ. 2426 - ทิวงคต 13 มิถุนายน พ.ศ. 2463)
- กรมขุน ได้รับการสถาปนาเป็น "เจ้าฟ้าต่างกรม " ที่ "กรมขุน " โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2434
- กรมหลวง ได้รับการสถาปนาเลื่อนกรมขึ้นเป็น "กรมหลวง " โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2454

4. ศรีธรรมราชธำรงค์ฤทธิ์ : สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าสมมติวงศ์วโรทัย กรมขุนศรีธรรมราชธำรงฤทธิ์ (ประสูติ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2425 - สิ้นพระชนม์ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2442)
- กรมขุน ได้รับการสถาปนาเป็น "เจ้าฟ้าต่างกรม " ที่ "กรมขุน " โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2434

5. ลพบุรีราเมศวร์ : สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ายุคลฑิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศร์ (ประสูติ 17 มีนาคม พ.ศ. 2425 - สิ้นพระชนม์ 8 เมษายน พ.ศ. 2475)
- กรมหมื่น ได้รับการสถาปนาเป็น "เจ้าฟ้าต่างกรม " ที่ "กรมหมื่นลพบุราดิศร " โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2434
- กรมขุน ได้รับการสถาปนาเลื่อนกรมขึ้นเป็น "กรมขุน " พร้อมทั้งเปลี่ยนพระนามกรมเป็น "ลพบุรีราเมศวร์ " โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2449
- กรมหลวง ได้รับการสถาปนาเลื่อนกรมขึ้นเป็น "กรมหลวง " โดยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2468


 

คลิ๊กที่ภาพ


พ.ศ. 2441

6. นครราชสีมา : สมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ กรมหลวงนครราชสีมา (ประสูติ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2432 - ทิวงคต 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2467)
- กรมขุน ได้รับการสถาปนาเป็น "เจ้าฟ้าต่างกรม " ที่ "กรมขุน " โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2441[9]
- กรมหลวง ได้รับการสถาปนาเลื่อนกรมขึ้นเป็น "กรมหลวง " โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2459

พ.ศ. 2442

7. ราชบุรีดิเรกฤทธิ์ : พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ (ประสูติ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2417 - สิ้นพระชนม์ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2463)
- กรมหมื่น ได้รับการสถาปนาเป็น "พระองค์เจ้าต่างกรม " ที่ "กรมหมื่น " โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2442
- กรมหลวง ได้รับการสถาปนาเลื่อนกรมขึ้นเป็น "กรมหลวง " โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2455

พ.ศ. 2443
8. นครไชยศรีสุรเดช : พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจิรประวัติวรเดช กรมหลวงนครไชยศรีสุรเดช (ประสูติ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2419 - สิ้นพระชนม์ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2456)
- กรมหมื่น ได้รับการสถาปนาเป็น "พระองค์เจ้าต่างกรม " ที่ "กรมหมื่น " โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2443[13]
- กรมหลวง ได้รับการสถาปนาเลื่อนกรมขึ้นเป็น "กรมหลวง " โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2454

พ.ศ. 2445
9. จันทบุรีนฤนาถ : พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากิติยากรวรลักษณ์ กรมพระจันทบุรีนฤนาถ (ประสูติ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2417 - สิ้นพระชนม์ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2474 )
- กรมหมื่น ได้รับการสถาปนาเป็น "พระองค์เจ้าต่างกรม " ที่ "กรมหมื่น " โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2445
- กรมหลวง ได้รับการสถาปนาเลื่อนกรมขึ้นเป็น "กรมหลวง " โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2454
- กรมพระ ได้รับการสถาปนาเลื่อนกรมขึ้นเป็น "กรมพระ " โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2459

10. ปราจิณกิติบดี : พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประวิตรวัฒโนดม กรมหลวงปราจิณกิติบดี (ประสูติ พ.ศ. 2418- สิ้นพระชนม์ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2462)
- กรมหมื่น ได้รับการสถาปนาเป็น "พระองค์เจ้าต่างกรม " ที่ "กรมหมื่น " โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2445
- กรมหลวง ได้รับการสถาปนาเลื่อนกรมขึ้นเป็น "กรมหลวง " โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2454

คลิ๊กที่ภาพ


พ.ศ. 2446

11. กรมสงขลานครินทร์ : สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก (สมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมหลวงสงขลานครินทร์) (ประสูติ 1 มกราคม พ.ศ. 2434 - ทิวงคต 24 กันยายน พ.ศ. 2472)
- กรมขุน ได้รับการสถาปนาเป็น "เจ้าฟ้าต่างกรม " ที่ "กรมขุน " โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2446
- กรมหลวง ได้รับการสถาปนาเลื่อนกรมขึ้นเป็น "กรมหลวง " โดยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2472 (สถาปนาเมื่อสิ้นพระชนม์)

12. สุพรรณภาควดี : พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีวิไลยลักษณ์ กรมขุนสุพรรณภาควดี (ประสูติ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2411 - สิ้นพระชนม์ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2447 )
- กรมขุน ได้รับการสถาปนาเป็น "พระองค์เจ้าต่างกรมฝ่ายใน " ที่ "กรมขุน " โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2446[17]

13. รัตนโกสินทร : สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าสุทธาทิพยรัตน์ สุขุมขัตติยกัลยาวดี กรมหลวงศรีรัตนโกสินทร (ประสูติ 14 กันยายน พ.ศ. 2420 - สิ้นพระชนม์ 2 มกราคม พ.ศ. 2465)
- กรมหลวง ได้รับการสถาปนาเป็น "เจ้าฟ้าต่างกรม " ที่ "กรมหลวง " โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2446

 

คลิ๊กที่ภาพ


พ.ศ. 2447

14. เพ็ชรบูรณ์อินทราชัย : สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราชัย (ประสูติ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2435 - สิ้นพระชนม์ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2466)
- กรมขุน ได้รับการสถาปนาเป็น "เจ้าฟ้าต่างกรม " ที่ "กรมขุน " โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2447

15. พิจิตรเจษฎ์จันทร์ : สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจันทราสรัทวาร กรมขุนพิจิตรเจษฎ์จันทร์ (ประสูติ 15 เมษายน พ.ศ. 2416 - 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2447)
- กรมขุน ได้รับการสถาปนาเป็น "เจ้าฟ้าต่างกรมฝ่ายใน " ที่ "กรมขุน " โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2447

16. ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ :พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ (ประสูติ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2423 - สิ้นพระชนม์ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2466 )
- กรมหมื่น ได้รับการสถาปนาเป็น "พระองค์เจ้าต่างกรม " ที่ "กรมหมื่น " โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2447
- กรมหลวง ได้รับการสถาปนาเลื่อนกรมขึ้นเป็น "กรมหลวง " โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2463

พ.ศ. 2448
17. สุโขทัยธรรมราชา : พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (สมเด็จฯ เจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ กรมหลวงสุโขทัยธรรมราชา) (พระราชสมภพ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2436 - สวรรคต 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2484)
- กรมขุน ได้รับการสถาปนาเป็น "เจ้าฟ้าต่างกรม " ที่ "กรมขุน " โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2448
- กรมหลวง ได้รับการสถาปนาเลื่อนกรมขึ้นเป็น "กรมหลวง " โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468

18. สวรรคโลกลักษณวดี : สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าเยาวมาลย์นฤมล กรมขุนสวรรคโลกลักษณวดี (ประสูติ 4 มิถุยายน พ.ศ. 2416 - สิ้นพระชนม์ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2452)
- กรมขุน ได้รับการสถาปนาเป็น "เจ้าฟ้าต่างกรมฝ่ายใน " ที่ "กรมขุน " โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2448

 

คลิ๊กที่ภาพ


พ.ศ. 2449
19. กำแพงเพ็ชรอัครโยธิน : พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน (ประสูติ 23 มกราคม พ.ศ. 2424 -สิ้นพระชนม์ 14 กันยายน พ.ศ. 2479)
- กรมหมื่น ได้รับการสถาปนาเป็น "พระองค์เจ้าต่างกรม " ที่ "กรมหมื่น " โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2449
- กรมขุน ได้รับการสถาปนาเลื่อนกรมขึ้นเป็น "กรมขุน " โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2459[10]
- กรมหลวง ได้รับการสถาปนาเลื่อนกรมขึ้นเป็น "กรมหลวง " โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2465[26]
- กรมพระ ได้รับการสถาปนาเลื่อนกรมขึ้นเป็น "กรมพระ " โดยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2472

พ.ศ. 2451
20. พิไชยมหินทโรดม : พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเพ็ญพัฒนพงศ์ กรมหมื่นพิไชยมหินทโรดม (ประสูติ 13 กันยายน พ.ศ. 2425-สิ้นพระชนม์ พ.ศ. 2453)
- กรมหมื่น ได้รับการสถาปนาเป็น "พระองค์เจ้าต่างกรม " ที่ "กรมหมื่น " โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2451

พ.ศ. 2454
21. เพชรบุรีราชสิรินธร : สมเด็จพระราชปิตุจฉา เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร (ประสูติ 16 เมษายน พ.ศ. 2427 - สิ้นพระชนม์ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2481)
- กรมหลวง ได้รับการสถาปนาเป็น "เจ้าฟ้าต่างกรมฝ่ายใน" ที่ "กรมหลวง " โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2454

พ.ศ. 2455
22. สิงหวิกรมเกรียงไกร : พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวุฒิไชยเฉลิมลาภ กรมหลวงสิงหวิกรมเกรียงไกร (ประสูติ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2426 - สิ้นพระชนม์ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2490)
- กรมหมื่น ได้รับการสถาปนาเป็น "พระองค์เจ้าต่างกรม " ที่ "กรมหมื่น " โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2455
- กรมขุน ได้รับการสถาปนาเลื่อนกรมขึ้นเป็น "กรมขุน " โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2463
- กรมหลวง ได้รับการสถาปนาเลื่อนกรมขึ้นเป็น "กรมหลวง " โดยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2474

23. สรรควิสัยนรบดี : พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ กรมหมื่นสรรควิสัยนรบดี (ประสูติ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2427 - สิ้นพระชนม์ 12 มกราคม พ.ศ. 2455)
- กรมหมื่น ได้รับการสถาปนาเป็น "พระองค์เจ้าต่างกรม " ที่ "กรมหมื่น " โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2455


คลิ๊กที่ภาพ


พ.ศ. 2457

24. ไชยาศรีสุริโยภาส : พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุริยงประยุรพันธ์ กรมหมื่นไชยาศรีสุริโยภาส (ประสูติ พ.ศ. 2427 - สิ้นพระชนม์ พ.ศ. 2462)
- กรมหมื่น ได้รับการสถาปนาเป็น "พระองค์เจ้าต่างกรม " ที่ "กรมหมื่น " โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2457

25. ชัยนาทนเรนทร : สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารังสิตประยูรศักดิ์ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร (ประสูติ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2428 - สิ้นพระชนม์ 7 มีนาคม พ.ศ. 2494)
- กรมหมื่น ได้รับการสถาปนาเป็น "พระองค์เจ้าต่างกรม " ที่ "กรมหมื่น " โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2457
- กรมขุน ได้รับการสถาปนาเลื่อนกรมขึ้นเป็น "กรมขุน " โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2465
- กรมพระ ได้รับการสถาปนาเลื่อนกรมขึ้นเป็น "กรมพระ " โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เมื่อ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2493
- กรมพระยา ได้รับการสถาปนาเลื่อนกรมขึ้นเป็น "กรมพระยา " โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2495 (สถาปนาเมื่อสิ้นพระชนม์)

พ.ศ. 2458
26. เทพนารีรัตน์ : สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าพาหุรัดมณีมัย กรมพระเทพนารีรัตน์ (ประสูติ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2421 สิ้นพระชนม์ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2430 )
- กรมพระ ได้รับการสถาปนาเป็น "เจ้าฟ้าต่างกรมฝ่ายใน " ที่ "กรมพระ " โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2458

พ.ศ. 2467
27. ศรีสัชนาลัยสุรกัญญา : สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามาลินีนพดารา กรมขุนศรีสัชนาลัยสุรกัญญา (ประสูติ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2428 - 22 ธันวาคม พ.ศ. 2467)
- กรมขุน ได้รับการสถาปนาเป็น "เจ้าฟ้าต่างกรมฝ่ายใน " ที่ "กรมขุน " โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ 11 มกราคม พ.ศ. 2467 (สถาปนาเมื่อสิ้นพระชนม์)

พ.ศ. 2468
28. อู่ทองเขตขัตติยนารี : สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้านิภานภดล กรมขุนอู่ทองเขตขัตติยนารี (ประสูติ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2429 - สิ้นพระชนม์ 19 มีนาคม พ.ศ. 2474)
- กรมขุน ได้รับการสถาปนาเป็น "เจ้าฟ้าต่างกรมฝ่ายใน " ที่ "กรมขุน " โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468


 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

http://www.crma42.com/webboard/show.php?Category=board&No=2378&PHPSESSID=0736577c254e64072e63e0e4e7bb8d9f

วันวชิราวุธ

posted on 21 Nov 2009 14:13 by phakri

 

 

 

วันวชิราวุธ หมายถึง วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ทรงริเริ่มกิจกรรมที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมนับอเนกอนันต์ไว้ในหลายสาขา

 

 

  “ข้าพเจ้ากลับไปยังประเทศสยามเมื่อใด ข้าพเจ้าจะเป็นไทยให้ยิ่งกว่าวันที่ออกเดินทางมา” พระราชดำรัสอันเป็นพระวาทะอมตะที่จับใจทุกคนที่ได้ฟังนี้ เป็นพระราชดำรัสของ พระมหากษัตริย์ลำดับที่ ๖ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระนามว่า สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ ดำรัสเมื่อครั้งได้รับการสถาปนา จากสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ กรมขุนเทพทวาราวดี ขึ้นเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร สืบแทนต่อจาก พระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศมกุฎราชกุมาร ซึ่งเป็นพระเชษฐาธิราช ที่เสด็จทิวงคต พระบรมชนกนาถ (รัชกาลที่ ๕) เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร จึงได้เสด็จขึ้นเถลิงถวัลย์ราชสมบัติ เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ ๖ แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ทรงเป็นกษัตริย์ที่ทรงพระปรีชาสามารถ และทรงประกอบพระราชกรณียกิจที่มีคุณูปการต่อประเทศไทยในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการปกครอง ด้านการศึกษา ด้านเศรษฐกิจ การแพทย์และการสาธารณสุข ฯลฯ อันเป็นสิ่งที่ทำให้สยามประเทศเกิดการพัฒนา และมีความมั่นคงมาจนถึงปัจจุบันนี้ ด้วยคุณูปการดังกล่าวทางราชการจึงได้กำหนดให้วันที่ 25 พฤศจิกายน ของทุกปี เป็นวันวชิราวุธ เพื่อให้เป็นวันที่ปวงชนชาวไทยทุกคนได้น้อมรำลึกถึงพระองค์ท่านและเทิดพระเกียรติ บุคคลผู้ทรงสร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศไทย และปวงชนชาวไทยอย่างอเนกอนันต


 

          สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ เสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๒๓ ทรงเป็นพระราชโอรสองค์ที่ ๒๙ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และองค์ที่ ๒ ในสมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พระพันปีหลวง (สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี) นับเป็นพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกที่ทรงได้รับการศึกษาจากต่างประเทศตามพระบรมราโชบายของพระบรมชนกนาถ ที่จะทรงส่งพระเจ้าลูกยาเธอไปทรงศึกษาวิชาการต่างๆในทวีปยุโรป เพื่อนำความรู้กลับมาพัฒนาบ้านเมืองในขณะนั้น 

         
เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ (พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว) ทรงได้อภิเษกกับนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี และทรงมีพระราชธิดาเพียงพระองค์เดียว คือ สมเด็จเจ้าฟ้าหญิงเพชรรัตนราชสุดาสิริโสภาพรรณวดี ประสูติในวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ.2468 แต่หลังจากนั้นเพียง 1 วันคือวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ.2468 เวลา 1 นาฬิกา 45 นาที พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จสวรรคตด้วยพระโรคพระโลหิตเป็นพิษในพระอุทร รวมพระชนมพรรษาได้ 45 พรรษา รวมเสด็จดำรงสิริราชสมบัติได้ 15 พรรษา


 


 

ถึงแม้พระองค์ท่านจะทรงครองราชย์สมบัติเพียง 15 พระพรรษา แต่พระองค์ท่านก็ทรงได้พัฒนาประเทศเพื่อเป็นรากฐานแห่งความเจริญ ไว้หลายทางไม่ว่าจะเป็น 
         
ด้านการศึกษา ทรงริเริ่มการสร้างโรงเรียนขึ้นแทนวัดประจำรัชกาล อันได้แก่ โรงเรียนมหาดเล็กหลวง ต่อมาในรัชกาลที่ ๗ ได้สถาปนาเป็น โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย อีกทั้งยังโปรดให้ยกฐานะโรงเรียนข้าราชการพลเรือนในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขึ้นเป็น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพ.ศ. ๒๔๕๙ นับเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย โดยมี ๔ คณะ ในขณะนั้น คือ คณะแพทยศาสตร์ คณะรัฐประศาสนศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ อีกทั้งยังทรงตราพ.ร.บ.ประถมศึกษาขึ้น ในพ.ศ. ๒๔๖๔ นับเป็นครั้งแรกในประวัติการศึกษาไทยที่มีกฎหมายค้ำประกันความมั่นคงในการจัดการศึกษาในระดับนี้ โดยมีสาระสำคัญคือให้เด็กทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ ๗ ปีบริบูรณ์เรียนหนังสือในโรงเรียนจนถึง ๑๔ ปีบริบูรณ์ นอกจากนี้ยังได้ทรงตรา พ.ร.บ.โรงเรียนราษฎร์ขึ้น เพื่อควบคุมการดำเนินงานด้านการศึกษาของเอกชนให้มีประสิทธิภาพ


 


 

          ทางด้านเศรษฐกิจ ได้โปรดเกล้าฯให้จัดตั้งคลังออมสินขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๔๕๖ เพื่อฝึกให้ราษฎรรู้จักประหยัดเก็บสะสมทรัพย์และนำเงินไปฝากไว้อย่างปลอดภัย ซึ่งต่อมาได้พัฒนาเป็นธนาคารออมสินในปัจจุบัน และยังทรงริเริ่มก่อตั้งบริษัทปูนซิเมนต์ไทยขึ้นในปีเดียวกัน ด้วยทรงเห็นการณ์ไกลว่าต่อไปประเทศชาติต้องใช้ซิเมนต์ในการก่อสร้างเป็นจำนวนมาก


 


 

          ทางด้านการปกครอง ทรงริเริ่มใช้ธงไตรรงค์ แทนธงช้างเดิม เมื่อปี พ.ศ.๒๔๖๐ เป็นต้นมา รวมทั้งได้เปลี่ยนคำเรียกชื่อ “เมือง” เป็น “จังหวัด” แทน และในปี พ.ศ. ๒๔๕๖ ได้ตรา พ.ร.บ.นามสกุลขึ้น นับเป็นการเริ่มต้นที่คนไทยมีนามสกุลใช้ โดยทรงพระราชทานนามสกุลแก่ผู้มาขอไปทั้งหมด ๖,๔๓๒ นามสกุล นอกจากนี้ยังทรงริเริ่มและเปลี่ยนแปลงขนบธรรมเนียมประเพณีบางอย่างให้เหมาะสมและสอดคล้องกับหลักสากลอีกหลายประการ เช่น เปลี่ยนมาใช้พุทธศักราช ในราชการแทนรัตนโกสินทร์ศก พร้อมทั้งให้ใช้คำว่า “ไชโย” แทนคำว่า “โห่ฮิ้ว” เปลี่ยนคำนำหน้าเด็กและสตรี โดยสตรีโสดให้ใช้คำว่า “นางสาว” นำหน้าชื่อ หากแต่งงานแล้วให้ใช้ “นาง” เพื่อสอดคล้องกับ “นาย”ของฝ่ายชาย รวมทั้งคำว่า”เด็กหญิง เด็กชาย” ที่สำคัญคือ ได้โปรดให้ตรากฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบสันตติวงศ์ขึ้นไว้เป็นหลักปฏิบัติ เมื่อพ.ศ.๒๔๖๗ เพราะก่อนหน้านั้นมิได้กำหนดหลักเกณฑ์ไว้อย่างชัดเจน สุดแต่พระเจ้าแผ่นดินที่จะสวรรคตจะมอบราชสมบัติให้ผู้ใด 
         
ทางด้านวรรณกรรม พระองค์ท่านทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงโปรดงานด้านวรรณกรรมมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ดังนั้น พระราชนิพนธ์ของพระองค์ท่านจึงมีอยู่เป็นจำนวนมากและมีทุกประเภท เช่น โขน ละคร พระราชดำรัส พระบรมราโชวาท เทศนา นิทานบทชวนหัว สารคดี คำประพันธ์ร้อยกรอง บทความในนสพ. และยังมีพระราชนิพนธ์เป็นภาษาอังกฤษหลายเรื่อง ทรงมีพระนามแฝงหลายพระนาม อาทิ ศรีอยุธยา รามจิตติ พันแหลม อัศวพาหุ เป็นต้น นอกจากนี้ยังได้โปรดให้จัดตั้ง “วรรณคดีสโมสร” เพื่อสนับสนุนส่งเสริมการแต่งหนังสือชั้นดี และพระราชทานรางวัลให้เป็นกำลังใจ ทำให้เกิดนักกวีสำคัญๆในรัชสมัยพระองค์ท่านหลายคน เช่น สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี พระยาอนุมานราชธน นายชิต บุรทัต เป็นต้น

          จากที่กล่าวมานี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งในพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านที่เป็นคุณประโยชน์ต่อบ้านเมืองและอาณาประชาราษฎร์ จึงทรงได้รับการยกย่องเทิดพระเกียรติคุณด้วยพระสมัญญาว่า “สมเด็จพระมหาธีราชเจ้า” ซึ่งหมายถึง มหาราชผู้ทรงเป็นจอมปราชญ์ และองค์การยูเนสโกก็ได้ประกาศยกย่องพระองค์ท่านเป็น บุคคลผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรมระดับโลก ในวาระครบรอบ ๑๐๐ ปีเกิด ในวันพระราชสมภพเมื่อวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๔ ที่ผ่านมา1


          จวบจนวันนี้ ในโอกาสที่วันวชิราวุธได้เวียนมาบรรจบอีกครั้งในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2552 เราประชาชนชาวไทยสามารถร่วมแสดงความรำลึกถึงพระองค์ท่าน เพื่อเทิดพระเกียรติและตระหนักถึงพระมหากรุณาธิของพระองค์ท่านได้ โดยการถวายพระพรชัยมงคลพระบรมราชานุเสาวรีย์ บริเวณหน้าสวนลุมพินี หรือแสดงความจงรักภักดีด้วยความกตัญญูกตเวที รักษาสืบทอดขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของประเทศชาติ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมสืบไป

 

 

 

ขอขอบคุณบทความจากhttp://www.vcharkarn.com/varticle/39857

 

 

 
Love me for a reason - Boyzone  
 
Girl when you hold me
How you control me
You bend and you fold me
Any way you please

It must be easy for you
To love the things that you do
But just a pastime for you
I could never be

And I never know, girl
If I should stay or go
Cos the games that you play
Are driving me away...

Don't love me for fun, girl
Let me be the one, girl
Love me for a reason
Let the reason be love
Don't love me for fun, girl
Let me be the one, girl
Love me for a reason
Let the reason be love

Kisses and caresses
Are only minor tests, babe
Of love turned to stresses
Between a woman and a man
So if love everlasting
Isn't what you're asking
I'll have to pass, girl
I'm proud to take a stand

I can't continue guessing
Because it's only messing
With my pride, and my mind
So write down this time to time

I'm just a little old-fashioned
It takes more than a physical attraction
My initial reaction is
Honey give me a love
Not a fascimile of

 

 
   

 

 

 

 

 

จดหมายถึงท่านผู้นำ ไฮ้...ฮิตเลอร์ จะมีจำนวนมากมายขนาดไหนนะ ใครเลยจะเชื่อว่าจอมเผด็จการนาซีอย่าง อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ จะมีแฟนคลับ อุ่นหนาฝาคั่งยิ่งกว่า มิก แจ็กเกอร์ มาดอนนา และเดอะ บีทเทิลรวมกันเสียอีก

 

จดหมายถึงท่านผู้นำ...ไฮ้! ฮิตเลอร์


 

 


 

 



 




ใครเลยจะเชื่อว่าจอมเผด็จการนาซีอย่าง อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ จะมีแฟนคลับ อุ่นหนาฝาคั่งยิ่งกว่า มิก แจ็กเกอร์ มาดอนนา และเดอะ บีทเทิลรวมกันเสียอีก


 

จดหมายมากมายที่ส่งถึงฮิตเลอร์มาจากหญิงสาวที่ปรารถนาได้เป็นคู่ชีวิตและอีกปึกใหญ่จากผู้ชายที่เทิดทูนผู้นำหนวดจิ๋มเป็นไอดอล แม้อดอล์ฟ ฮิตเลอร์จะสิ้นชีพไปตั้งแต่ปี ค.ศ.1945 แต่จดหมายนับพันฉบับยังคงอยู่รอดมาจนถึงทุกวันนี้ และถูกรวบรวมไว้ในหนังสือชื่อว่า ‘เล็ตเตอร์ ทูฮิตเลอร์ : อะ พีเพิล ไรต์ส ทู อิตส์ ฟีอเรอร์’


 

จดหมายเหล่านี้ค้นพบโดยกองทัพรัสเซีย ถือเป็นพยานหลักฐานที่พิสูจน์ถึงเวทมนต์ที่ผู้นำนาซีสะกดประชาชน และนำเข้าสู่การทำลายล้างและสังหารในสงครามที่นองเลือดที่สุดในประวัติศาสตร์


 



จดหมายบางฉบับ ย้อนกลับไปเมื่อปี ค.ศ.1925 หรือ 8 ปี ก่อนที่พรรคนาซีจะเรืองอำนาจ ขณะที่ฉบับหลังๆ อยุ่ในช่วงเดือนเมษายน 1945 ที่มีแต่ผู้คลั่งไคล้ ศรัทธาชนิดเข้าเส้นเลือดราว 100 คน ส่งความปรารถนาดีไปยังฮิตเลอร์ในบังเกอร์ที่เบอร์ลิน เนื่องในวันเกิดครบรอบ 56 ปี และเป็นการแฮปปี้เบิร์ธเดย์ครั้งสุดท้ายในชีวิตของจอมเผด็จการ

หญิงชาวเบอร์ลินคนหนึ่ง ส่งผ้าเช็ดหน้าผ้าไหม 3 ผืน ที่มีภาพฮิตเลอร์ปักอยู่ไปให้บุรุษผู้เป็นเจ้าของภาพ ปรากฏว่าถูกส่งคืน พร้อมข้อความว่า “คุณไม่ได้รับอนุญาตให้ส่งผ้าเช็ดหน้าที่มีรูปท่านผู้นำปักอยู่”


 

ผู้หญิงบางคน ถูกเกสตาโป จับตา เพราะฮิตเลอร์กลัวว่า ความคลั่งไคล้ที่มีต่อบุคลิกลักษณะของตนอาจทำลายความสงบสุขในบ้านพักในไรซ์ เพราะปรากฏว่ายิ่งมีอำนาจบารมีมากขึ้นเท่าใด จำนวนจดหมายที่ส่งถึงยิ่งเพิ่มทวีขึ้น ขนาดที่ว่าสำนักงานไปรษณีย์ในมิวนิกและเบอร์ลิน ต้องตั้งแผนกพิเศษมารองรับจดหมายกองพะเนินที่ส่งถึงฮิตเลอร์ทุกวัน


 



อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ กำลังนั่งอ่านจดหมายที่บรรดาแฟนพันธุ์แท้นับพันเขียนถึงในช่วงระหว่างสร้างอาณาจักรไรซ์ที่ 3 ก่อนนำไปสู่สงครามโลกครั้งที่ 2

 

 

 

ขอขอบคุณบทความจากhttp://www.vcharkarn.com/varticle/39880

 

 

 

 

กระจกด้านเดียว - ปราโมทย์  
 
โกหกกันซะยังดีกว่า บอกไม่มีซะยังดีกว่า
ไม่อยากจะเดาภาพเธอกับเค้าให้ปวดหัวใจ
อยากฟังเพียงคำว่ารัก เก็บไว้จากคำร้ายๆ
ไม่ต้องการให้ใจมันตายทั้งเป็น

ยอมอยู่อย่างคนที่โดนหลอก
คำพูดตรงๆ ไม่ต้องบอก
ก็สุขกับความไม่จริง
ขอทิ้งรอบสิ่งที่เห็น

เชิญบอกกับใครต่อใคร ส่วนฉันโปรดเธอยกเว้น
เพราะว่าฉันอยากเห็นกระจกด้านเดียว

จะพูดทำไม ให้รู้ทำไม
รู้แล้วต้องโดน ช้ำกินใจอย่างนี้
อย่าพูดอะไร ไม่รู้เลยยิ่งดี
กับแค่ยังมีวันนี้มีเธอวันนี้ เพราะเธอก็พอ

บางสิ่งที่ทำให้เสียใจ ทนแบกเอาไว้ก็ยิ่งหนัก
เป็นอุปสรรคความรัก ที่ฉันไม่อยากค้ำไว้
ยังอยู่เพื่อเธอเท่านั้น เก็บรับสุขได้รับไว้
ก้อฝืนในลมหายใจที่มีทุกวัน

(ให้ฉันมีเพียงวันนี้เพื่อเธอก็พอ)

 
 
   

 

edit @ 21 Nov 2009 14:09:51 by จรดที่ปลายตะวัน